Tiginblog

Thursday, June 22, 2006

ดาวมหาชัย กะ ดาวมิสทีน

ดาวมหาชัยมีพื้นที่ที่มีอาณาบริเวณของทะเลอยู่มาก จึงมีคลื่นลมตลอดปี สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ จึงถูกลมพัดเกือบจะตลอดทั้งปี ทุกชีวิตบนนี้จึงอยู่กับความโยกไหวเอน โคลงเคลง แต่ก็ดีเพราะลมเย็น แม้อาจจะเหนียวตัวหนึบหน้าไปบ้างก็เถอะ
อุ่ยติกชายหนุ่มผู้หนึ่งต้องจากดาวมหาชัย เพื่อไปศึกษาต่อที่ดาวพระจอม

ส่วนดาวมิสทีน มีบรรยากาศแห่งสีสันหลากหลายเฉด ฝุ่นละอองก็คือแป้งผัดหน้าไปซะงั้น หน้าทุกคนจึงเนียนขาว ฝนที่ตกลงมาก็เป็นโลชั่นผิวหมา ผิวคน ผิวหมู นก กา มด แมลง จึงมีผิวสุขภาพดีเยี่ยม และฝุ่นสีแดงบางชนิดก็จะติดอยู่บนริมฝีปากของหญิงสาวทุกคนซะงั้นอีก จะเห็นได้ว่าย่านนี้คลีนิคหมอสิว ความงาม จะไม่ค่อยมีให้เห็น ห้างที่มาเปิดก็ไม่มีแผนกเครื่องสำอาง จะมีก็แต่เป็นคลังส่งออกสินค้าเครื่องสำอางระดับจักรวาล
กุ๊กไก่หญิงสาวผู้หนึ่งต้องจากดาวมิสทีน เพื่อไปศึกษาต่อที่ดาวพระจอมเช่นกัน

ไม่ใช่ดวงดาวเท่านั้นที่วันนึงวงโคจรจะมาพอดีกัน คนก็เช่นกัน

แล้ววันนึงกุ๊กไก่ก็ได้มาเจอกับอุ่ยติก ทั้งสองต่างได้เข้าไปสัมผัสดาวของกันและกันดู
บ่อยครั้งที่ทั้งสองพบว่า ดาวของอีกคนช่างแปลกเหลือหลาย ต่างก็เชื่อว่าอย่างที่ดาวของตัวเป็น
มันโอเคกว่า บางสิ่งที่อีกดาวไม่ได้เป็น ต่างฝ่ายก็คิดว่า มันควรจะเป็นงั้นสิ งี้สิ
อุ่ยติกอยู่กับความไหวเอนของคลื่นลมมาตลอด ซึ่งบางทีอุ่ยติกก็เผลอเครียดตัดพ้อดาวตัวเอง คิดเอาเองไกลๆ กลัวว่ากุ๊กไก่จะมาอยู่บนที่แบบนี้ได้ไหม บางทีก็กลัวกุ๊กไก่จะไม่อยู่ (เพราะกุ๊กไก่ชอบขู่ฟ่อๆ) บ่อยครั้งที่เผลอรำคาญกับฝุ่นแป้ง ฝนโลชั่น บนดาวมิสทีน จึงชอบบ่นไอนั่นไม่ดีอย่างโง้น ไอ้โน่นไม่ดีอย่างงี้

ส่วนกุ๊กไก่ที่อยู่กับความสวยงามมาตลอด บางทีเธอก็เครียดและกลัวบ่อยๆ แล้วแสดงออกเป็นความไม่พอใจ ขี้บ่น พูดมาก ตอนเวลาลมบนดาวมหาชัยไปพัดแป้งผัดหน้าเธอจนกระจาย แดดแรงที่เผาโลชั่นจนระเหย (ซึ่งจริงๆ เธอไม่ค่อยจะทาหรอกครับ)
ยิ่งไปกว่านั้น สภาวะแวดล้อมของดาวของทั้งสอง ยังส่งผลต่อการมองโลกอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น อุ่ยติกมักจะไม่ค่อยนิ่ง บ่อยๆ ที่เดินเอน โคลงเคลง ผมตั้งจากลมที่ดาวตัวเอง บวกกับคิดอะไรพลุ่งพล่าน ซึ่งตรงจุดนี้คงมีอะไรบางอย่างที่กุ๊กไก่อาจจะไม่ค่อยชอบ เพราะเธอคิดว่ามันไม่โอเค และเธอก็คาดหวังว่าอะไรๆ ควรจะสวยงามอย่างโลกที่เธออยู่มา (พร้อมชักแม่น้ำมาโน้ม) บวกกับความเป็นผู้หญิงละเอียด จึงวาดหวังว่าอุ่ยติกน่าจะทำงั้น ทำงี้ พอคาดหวังมากไป อุ่ยติกก้อเผลอโมโห เพราะคิดว่า ทำไมมันจะต้องสวยงามอะไรนักหนาล่ะ แล้วก็คาดหวังกลับไปว่าทำไมไม่เป็นอย่างงี้ล่ะ (พร้อมชักแม่น้ำมาโน้มเหมือนกัน)

เวลาผ่านไป

อุ่ยติกก็เริ่มรู้ว่า ฝุ่นแป้งและโลชั่นบนดาวมิสทีนดีต่อสุขภาพผิว เพราะโลชั่นช่วยปกป้องแสงแดดบนดาวมหาชัยที่เผาผิวซะขาวจั๊วะมานานแสนนาน หน้าก็เนียนขึ้นเพราะมีแป้งมากลบความมัน ตัวก็ไม่ต้องโยก นิ่งมากขึ้นกับความคิดที่น่าจะละเอียดมากขึ้นจากโลกทรรศน์ที่รับมาจากกุ๊กไก่แห่งดาวมิสทีน(มั้งนะ) เพราะดาวมิสทีนไม่มีลมทะเลที่รุนแรง

ส่วนกุ๊กไก่ก็เริ่มเข้าใจเหมือนกัน ว่าผิวมนุษย์ควรจะได้รับวิตามินจากแสงแดด รับโอโซนจากทะเลบ้าง แถมมาดาวมหาชัยอุ่ยติกยังทำปลาทอดกระเทียมให้กินอีก แถมไอโอดีนกับโอเมก้า 3 ให้ด้วย เอ้อ และก็เริ่มเข้าใจว่าคาดหวังจากมุมมองที่รับมาจากดาวมิสทีนมากเกินไป
……………………………………………………………………………………………………..

9 ปีผ่านไป

ปรากฏการณ์ใหม่ ผู้คนต่อคิวเหมือนซื้อโรตีบอย
แต่คนทั่วจักรวาลเค้ามาซื้อโลชั่นผสมสารสกัดจากน้ำทะเล ผสาน 2 คุณสมบัติ
จากวัตถุดิบสุดยอดแห่ง 2 ดวงดาว ในแพ็คเกจที่สวยละเมียดละไมโดนกลุ่มเป้าหมาย
สินค้าแบรนด์ล่าสุดที่ทำยอดขายถล่มทลาย

Wednesday, June 14, 2006

คนคนนึงรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเองควรคิดอย่างไร
คนคนนึงรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเองควรทำอะไร
คนคนนึงรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเองควรทำอย่างไร
คนคนนึงทำงานหนักอย่างจริงจังเพื่อคนอื่นไปทำไม
คนคนนึงทำงานหนักอย่างจริงจังเพื่อคนอื่นมายาวนานได้อย่างไร
คนคนนึงทำงานหนักอย่างจริงจังเพื่อคนอื่นมายาวนานไปเพื่ออะไร
ในขณะที่คนคนนั้นลุกขึ้นแล้วออกไปกระทำสิ่งเหล่านั้น
แรงพลังอันใดส่งคนคนนั้นให้ก้าวออกไปทำสิ่งยิ่งใหญ่นั้น
ทำอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ทุกเมื่อเชื่อเวลาส่วนใหญ่ของชีวิต

ประเทศไทยเป็นหลักฐาน คนหลายล้านคนยินดีเป็นพยานอย่างไม่มีข้อแม้

แล้วในหลวง พระองค์ทรงรู้และทำสิ่งเหล่านั้นด้วยตัวพระองค์เอง……………
………………….ได้อย่างไร ด้วยอะไร

พระองค์ทรงงานหนัก ตั้งแต่ก่อนผมเกิดกว่า 30 ปี ก่อนนักการเมืองกินชาติมากมายจะเกิดมา แล้วที่โกงกินได้ และโกงกินไป ไม่ใช่จากสิ่งที่พระองค์ท่าน ปูพื้นฐานไว้หรือ
ในขณะที่คนโกงบอกเราว่าเค้าได้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ เค้าจะทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่รู้กี่คำโกหกที่พ่นออกมา ซึ่งแตกต่างจากพระองค์ท่านอย่างมิควรเปรียบ พระองค์ท่านทำให้เราเห็น ให้เรากิน ให้เรามี ให้เราเป็น ให้เห็นผลมาแล้วมากมาย พื้นฐานที่แท้จริงของประเทศเรา พระองค์ท่านทรงปูไว้ให้แล้ว แต่ผู้มีอำนาจน้อยคนนัก ที่จะต่อยอดให้ท่านอย่างจริงจัง หรือดำเนินตามรอยเบื้องยุคลบาท

ทำไมต้องเป็นพระองค์ท่านที่สร้างเขื่อนแก้มลิงกันน้ำท่วม
ทำไมต้องเป็นพระองค์ท่านที่แก้ดินเปรี้ยว
ทำไมต้องเป็นพระองค์ท่านที่ต้องมาปลูกป่า
ทำไมต้องเป็นพระองค์ท่านที่มาพัฒนาพันธุ์ข้าวให้ชาวนา
ทำไมต้องเป็นพระองค์ท่านที่ต้องไปดูแลประชาชนด้วยตัวพระองค์เอง มากมายขนาดนี้
ทำไมและทำไม
และคำตอบที่ตามมาก็จะเป็นคำถามในวันข้างหน้าที่เราอาจจะต้อง และคงจะถามกันเองไปอีกนานว่า

ทำไมเรามีพลังงานทางเลือกใช้ช้าเหลือเกิน (ในหลวงตรัสเรื่องนี้มานานแล้วหลายสิบปี)
ทำไมเราไม่มีป่ามากกว่านี้ ไว้กันน้ำป่า (ในหลวงลงพื้นที่มากว่า 60 ปี ป่ายังหายไปขนาดนี้ แล้วถ้าท่านไม่ลงพื้นที่ จะหายไปขนาดไหน)
ทำไมเกษตรกรบ้านเราถึงจนกว่าเกษตรกรญี่ปุ่นและชาติอื่นๆ นัก
ทำไมคนที่ปลูกข้าวให้คนทั้งชาติกิน และกินมานานนม กลับจนเหลือเกิน
ทำไมประเทศไทยพัฒนาช้า (เพราะเราไม่ได้พัฒนาจากรากฐานของเรา)
ทำไมเราถึงเป็นหนี้ (เพราะไม่ปฏิบัติตามพระราชดำรัสเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง)

เชื่อว่าหลายคนรู้ว่าต้องทำอย่างไร ถ้าไม่อยากถามคำถามข้างบน

เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเราเองควรคิดอย่างไร
เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเราเองควรทำอะไร
เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าตัวเราเองควรทำอย่างไร
ในหลวงทรงตอบคำถามเหล่านี้มาตลอด

และผมจะพยายามทำ ให้ได้แค่เพียงเศษเสี้ยวก็พอครับ



แต่มีบางคำถาม ที่ยากเกินใครจะตอบได้

แล้วนายกจะรู้ได้อย่างไร ว่าควรคิดอย่างไร
แล้วนายกจะรู้ได้อย่างไร ว่าควรทำอะไร
แล้วนายกจะรู้ได้อย่างไร ว่าควรทำอย่างไร
??????????????????????????????????????????????
??????????????????????????????????????????????
??????????????????????????????????????????????
??????????????????????????????????????????????

Tuesday, June 06, 2006

เอาที่คอมเม้นมาขยาย

เวลาฟกช้ำแล้วทำไมเราชอบไปจับ
เวลาเป็นแผลทำไมเราชอบแตะๆ หรือดูๆ มัน
เวลามีแผลร้อนในในปาก ทำไมลิ้นมันก็ชอบไปแตะประจำ

มานึกถึงเพลงอกหัก ก็คงจะทำงานกับคนด้วยกระบวนการเดียวกัน
อกหัก ทุก เศร้า มันก็เจ็บปวดอยู่แล้ว แต่คนก็ชอบฟังมัน แถมฮิตซะด้วยสิ

Monday, June 05, 2006

กรุงเทพฯ ภูมิแพ้ ความเหงา

อยู่ในกรุงเทพฯ หนีไม่ค่อยพ้นภูมิแพ้ เพราะมีคนมากมายเอาอากาศดีดีที่ไม่ใช่ของเค้าคนเดียว
ไปแลกกับความสบายด้านอื่น
บางทีก็หนีมันได้บ้าง ถ้าได้นอนพอ ได้ออกกำลัง หรือได้กินยาคนเป็นก็เป็นๆ หายๆ ซึ่งจริงๆ แล้วก็คือ ...เป็น... ไม่หาย พอไม่ได้ออกกำลัง ไม่ได้นอน ไม่ได้กินยา หรือเครียด มันก็กลับมาอีก

อยู่ในกรุงเทพฯ หนีไม่ค่อยพ้นความเหงา เพราะความโดดเดี่ยวของวิถีเมือง
บางทีก็หนีมันได้จากการมีอะไรทำ มีอะไรดู มีอะไรกิน มีอะไรเที่ยว
แต่จริงๆ แล้วเราก็แค่ลืมไปว่าเหงาอยู่ เวลามีอะไรเสพ
พอไม่มีอะไรทำ มีอะไรดู มีอะไรกิน มีอะไรเที่ยว เท่านั้นแหละ มันก็กลับมาอีก

ต่อ เรื่องสด

ชักขี้เกียจคิดละ แต่ก็แปลกใจตัวเองว่าทำไมรู้สึกแปลก แต่ก็นะ สไตล์คนไทย ก็แบบตามๆ กันไป ถ้ามองอีกมุมมันก็คือเสน่ห์ซื่อๆ แบบไทยๆ มั้งนะ เอ้อ เอาละๆ

สงสัยมานานแล้ว

วันนี้ไปกินราดหน้าปลาเต้าซี่ปากซอยทองหล่อมา เห็นบนฝาผนังเค้าเขียนรายการอาหาร ก็ไปสะดุดอันนึง "ราดหน้าหมูสด" พลันความคิดก็โลดแล่น นึกถึงสิ่งที่สงสัยมานาน ว่าทำไมต้องหมูสด ผัดไทยกุ้งสด ไก่สด จนกลายเป็นคำฮิตกันไป หรือเป็นความกลัวว่าของของร้านตัวเองจะไม่สดถ้าไม่บอก หรือว่ามันช่วยให้คนรู้สึกว่าของร้านนี้สดขึ้น อืมม ก็ไม่แน่ใจแฮะ
มีช่วงนึงเห็นอะไรประมาณนี้บ่อยมาก จนรู้สึกว่ามันเลี่ยนๆ ไงก็ไม่รู้ แล้วก็เคยมีแม่ค้าคนนึงเค้าถามเราหลังจากเราสั่งก๋วยเตี๋ยวด้วยใบหน้าอันภาคภูมิใจระรื่นว่า "ใส่หมูสดมั้ยคะ" แต่ตอนเด็กๆ จำได้ ไม่เคยมีแม่ค้าที่ไหนถามเรางี้เลยนี่หว่า เออ ฟังแล้วมันรู้สึกดึ๋งๆ ไงพิกลทำไมต้องสดฟะ แล้วขนมจีนก็เอากะเค้ามั่ง (แต่เค้าก็คงเชื่อว่าบอกลูกค้าแบบนี้แล้วมันดีมั้ง)

ติดงาน วายการ์ดอยู่ เดี๋ยวมีต่อ

Friday, June 02, 2006

มีบล็อกกะเค้าแล้วว่ะ

ไอ้นอร์ทมันทำ ก็เลย อืมม มีไว้บันทึกอะไรๆ ไว้ก็ดี เพราะก็ใช้เน็ตเป็นประจำ อืมมม เริ่มจากอะไรดีหว่าาาา