ดาวมหาชัย กะ ดาวมิสทีน
ดาวมหาชัยมีพื้นที่ที่มีอาณาบริเวณของทะเลอยู่มาก จึงมีคลื่นลมตลอดปี สิ่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น คน สัตว์ สิ่งของ ต้นไม้ จึงถูกลมพัดเกือบจะตลอดทั้งปี ทุกชีวิตบนนี้จึงอยู่กับความโยกไหวเอน โคลงเคลง แต่ก็ดีเพราะลมเย็น แม้อาจจะเหนียวตัวหนึบหน้าไปบ้างก็เถอะ
อุ่ยติกชายหนุ่มผู้หนึ่งต้องจากดาวมหาชัย เพื่อไปศึกษาต่อที่ดาวพระจอม
ส่วนดาวมิสทีน มีบรรยากาศแห่งสีสันหลากหลายเฉด ฝุ่นละอองก็คือแป้งผัดหน้าไปซะงั้น หน้าทุกคนจึงเนียนขาว ฝนที่ตกลงมาก็เป็นโลชั่นผิวหมา ผิวคน ผิวหมู นก กา มด แมลง จึงมีผิวสุขภาพดีเยี่ยม และฝุ่นสีแดงบางชนิดก็จะติดอยู่บนริมฝีปากของหญิงสาวทุกคนซะงั้นอีก จะเห็นได้ว่าย่านนี้คลีนิคหมอสิว ความงาม จะไม่ค่อยมีให้เห็น ห้างที่มาเปิดก็ไม่มีแผนกเครื่องสำอาง จะมีก็แต่เป็นคลังส่งออกสินค้าเครื่องสำอางระดับจักรวาล
กุ๊กไก่หญิงสาวผู้หนึ่งต้องจากดาวมิสทีน เพื่อไปศึกษาต่อที่ดาวพระจอมเช่นกัน
ไม่ใช่ดวงดาวเท่านั้นที่วันนึงวงโคจรจะมาพอดีกัน คนก็เช่นกัน
แล้ววันนึงกุ๊กไก่ก็ได้มาเจอกับอุ่ยติก ทั้งสองต่างได้เข้าไปสัมผัสดาวของกันและกันดู
บ่อยครั้งที่ทั้งสองพบว่า ดาวของอีกคนช่างแปลกเหลือหลาย ต่างก็เชื่อว่าอย่างที่ดาวของตัวเป็น
มันโอเคกว่า บางสิ่งที่อีกดาวไม่ได้เป็น ต่างฝ่ายก็คิดว่า มันควรจะเป็นงั้นสิ งี้สิ
อุ่ยติกอยู่กับความไหวเอนของคลื่นลมมาตลอด ซึ่งบางทีอุ่ยติกก็เผลอเครียดตัดพ้อดาวตัวเอง คิดเอาเองไกลๆ กลัวว่ากุ๊กไก่จะมาอยู่บนที่แบบนี้ได้ไหม บางทีก็กลัวกุ๊กไก่จะไม่อยู่ (เพราะกุ๊กไก่ชอบขู่ฟ่อๆ) บ่อยครั้งที่เผลอรำคาญกับฝุ่นแป้ง ฝนโลชั่น บนดาวมิสทีน จึงชอบบ่นไอนั่นไม่ดีอย่างโง้น ไอ้โน่นไม่ดีอย่างงี้
ส่วนกุ๊กไก่ที่อยู่กับความสวยงามมาตลอด บางทีเธอก็เครียดและกลัวบ่อยๆ แล้วแสดงออกเป็นความไม่พอใจ ขี้บ่น พูดมาก ตอนเวลาลมบนดาวมหาชัยไปพัดแป้งผัดหน้าเธอจนกระจาย แดดแรงที่เผาโลชั่นจนระเหย (ซึ่งจริงๆ เธอไม่ค่อยจะทาหรอกครับ)
ยิ่งไปกว่านั้น สภาวะแวดล้อมของดาวของทั้งสอง ยังส่งผลต่อการมองโลกอีกด้วย
ยกตัวอย่างเช่น อุ่ยติกมักจะไม่ค่อยนิ่ง บ่อยๆ ที่เดินเอน โคลงเคลง ผมตั้งจากลมที่ดาวตัวเอง บวกกับคิดอะไรพลุ่งพล่าน ซึ่งตรงจุดนี้คงมีอะไรบางอย่างที่กุ๊กไก่อาจจะไม่ค่อยชอบ เพราะเธอคิดว่ามันไม่โอเค และเธอก็คาดหวังว่าอะไรๆ ควรจะสวยงามอย่างโลกที่เธออยู่มา (พร้อมชักแม่น้ำมาโน้ม) บวกกับความเป็นผู้หญิงละเอียด จึงวาดหวังว่าอุ่ยติกน่าจะทำงั้น ทำงี้ พอคาดหวังมากไป อุ่ยติกก้อเผลอโมโห เพราะคิดว่า ทำไมมันจะต้องสวยงามอะไรนักหนาล่ะ แล้วก็คาดหวังกลับไปว่าทำไมไม่เป็นอย่างงี้ล่ะ (พร้อมชักแม่น้ำมาโน้มเหมือนกัน)
เวลาผ่านไป
อุ่ยติกก็เริ่มรู้ว่า ฝุ่นแป้งและโลชั่นบนดาวมิสทีนดีต่อสุขภาพผิว เพราะโลชั่นช่วยปกป้องแสงแดดบนดาวมหาชัยที่เผาผิวซะขาวจั๊วะมานานแสนนาน หน้าก็เนียนขึ้นเพราะมีแป้งมากลบความมัน ตัวก็ไม่ต้องโยก นิ่งมากขึ้นกับความคิดที่น่าจะละเอียดมากขึ้นจากโลกทรรศน์ที่รับมาจากกุ๊กไก่แห่งดาวมิสทีน(มั้งนะ) เพราะดาวมิสทีนไม่มีลมทะเลที่รุนแรง
ส่วนกุ๊กไก่ก็เริ่มเข้าใจเหมือนกัน ว่าผิวมนุษย์ควรจะได้รับวิตามินจากแสงแดด รับโอโซนจากทะเลบ้าง แถมมาดาวมหาชัยอุ่ยติกยังทำปลาทอดกระเทียมให้กินอีก แถมไอโอดีนกับโอเมก้า 3 ให้ด้วย เอ้อ และก็เริ่มเข้าใจว่าคาดหวังจากมุมมองที่รับมาจากดาวมิสทีนมากเกินไป
……………………………………………………………………………………………………..
9 ปีผ่านไป
ปรากฏการณ์ใหม่ ผู้คนต่อคิวเหมือนซื้อโรตีบอย
แต่คนทั่วจักรวาลเค้ามาซื้อโลชั่นผสมสารสกัดจากน้ำทะเล ผสาน 2 คุณสมบัติ
จากวัตถุดิบสุดยอดแห่ง 2 ดวงดาว ในแพ็คเกจที่สวยละเมียดละไมโดนกลุ่มเป้าหมาย
สินค้าแบรนด์ล่าสุดที่ทำยอดขายถล่มทลาย


3 Comments:
ชอบประโยคนี้จังเลยครับ อ่านแล้วซึ้ง
"แล้ววันนึงกุ๊กไก่ก็ได้มาเจอกับอุ่ยติก ทั้งสองต่างได้เข้าไปสัมผัสดาวของกันและกันดู"
อยากทราบว่า
การสัมผัสดาวของกันและกันนี่ ทำได้ในที่ลับหรือที่แจ้งครับ
คนเขียนเพลง..อึดใจ...ที่แสนจะแอบสแตรกอย่างคุณ ไม่น่าจะมาเอาความชัดเจน ความชี้ชัด ความฟันธง กะผมนะครับ
ผิดไปแล้วครับ
ต่อไปผมจะไม่ฟันธงอีกแล้วครับ
แต่อดไม่ได้จริงๆครับ
ธงมันน่าฟัน
Post a Comment
<< Home